วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สูตรใหม่จากช็อคโกแลต ที่ทานแล้วไม่อ้วน

ผู้ที่หลงไหลความหวาน ความอร่อยในช็อคโกแลตฟังทางนี้ วันนี้ช็อคที่คุณทานจะทำให้คุณไม่อ้วนอีกต่อไป และคุณเองก็ไม่ต้องเป็นกังวลกับการออกกำลังกายหลังทานช็อคโกแลต เพราะช็อคโกแลตที่เรามาบอกจะไม่ทำให้คุณอ้วนแน่นอน


ช็อคโกแลต พอได้ฟังชื่อนี้แล้วทุกคนคงอยากทานช็อคโกแลตกันแล้วใช่ไหมล่ะ ช็อคโกแลต ยิ่งทานก็ยิ่งทำให้คุณนั้นอ้วนมากยิ่งขึ้น

แต่สำหรับคุณไม่ต้องกัวลไปหรอก เพราะวันนี้เขามีช็อคโกแลตสูตรใหม่ที่ไม่ทำให้คุณต้องอ้วนอีกต่อไปมาฝากกัน

ช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ทั้งหลายเตรียมเฮได้เลย เพราะทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอร์วิค สหราชอาณาจักร เพิ่งค้นพบว่าน้ำผลไม้จำพวกส้ม แอปเปิ้ล และแครนเบอร์รี่สามารถนำมาใช้แทนน้ำตาลและส่วนผสมไขมันสูงต่างๆ เช่น นมและเนยโกโก้ในช็อกโกแลตได้อย่างลงตัว โดยไม่ทำให้ความอร่อย ความหวาน และสัมผัสที่นุ่มลิ้นลดลงไปแม้แต่น้อย เพียงแค่มีกลิ่นหอม ของผลไม้เจืออยู่อ่อนๆ เท่านั้น ทำให้คุณสามารถกินได้ถึง 5 แท่ง หรือ 285 กรัมต่อวัน โดยไม่ต้องกลัวไขมันจะพุ่งปรี๊ด แม้แต่น้อย ว้าว…ดีจัง!แบบนี้คนชอบทานช็อคโกแลตอย่างเราก็ไม่อดที่กินช็อคโกแลตอีกต่อไปแล้วล่ะ


ที่มา  108health.com

5 เทคนิคตกแต่งทรงผมสวยในวันไม่ได้สระได้อย่างสุดเริด

ผู้หญิงเรานอกจากการแต่งหน้าที่ทำให้เราสวยโดดเด่นมีเสน่ห์ไปพร้อมกับการเลือกสรรหาชุดสวยๆ มาใส่แล้วนั้น เรื่องของทรงผมก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ควรมองข้ามเช่นกัน วันนี้เรามาขอเอาใจสาวๆ ผมยาวทั้งหลายที่ไม่ได้สระผมในวันเร่งรีบ และมีธุระต้องออกจากบ้านเร็ว หากสระผมอาจทำให้เสียเวลาเดินทาง เพราะฉะนั้น เราจึงควรมองหาเทคนิคตกแต่งทรงผมในวันไม่ได้สระมาใช้กันบ้าง โดยเรามี 5 เทคนิคแนะนำดังนี้แล้ว
5 เทคนิคตกแต่งทรงผมสวยในวันไม่ได้สระได้อย่างสุดเริด
5 เทคนิคตกแต่งทรงผมสวยในวันไม่ได้สระได้อย่างสุดเริด
1. รวบผมหางม้าเป็นวิธีสุดแสนเบสิกสุดๆ แล้ว สำหรับวันที่เราไม่มีเวลาได้สระผมเพียงแค่คุณมัดทรงหางม้าโดยรวบตึงสูงๆ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยซ่อนความมันบนหนังศีรษะได้แล้ว หรือจะแสกกลางแล้วมัดหางม้าต่ำก็ยังได้ กลายเป็นสาวมั่นที่มีลุคโดดเด่นในวันทำงานอย่างมีเสน่ห์ตลอดเวลาได้แล้ว
5 เทคนิคตกแต่งทรงผมสวยในวันไม่ได้สระได้อย่างสุดเริด
5 เทคนิคตกแต่งทรงผมสวยในวันไม่ได้สระได้อย่างสุดเริด
2. มวยผมแบบเซอร์กลางศีรษะ
วิธีทำทรงนี้ก็ง่ายมากเช่นกัน แค่เอามือสางผมรวบไว้กลางศีรษะ จากนั้นมัดให้เป็นจุกมวยแล้วดึงออกให้หลวมๆ หน่อยก็จะได้ลุคเซอร์น่ารักแล้วเช่นกัน
5 เทคนิคตกแต่งทรงผมสวยในวันไม่ได้สระได้อย่างสุดเริด
5 เทคนิคตกแต่งทรงผมสวยในวันไม่ได้สระได้อย่างสุดเริด
3. ผูกผมสุดชิคด้วยผ้าเช็ดหน้าลายเก๋
ผ้าเช็ดหน้าและผ้าพันคอคือ ไอเท็มสุดเก๋อีกหนึ่งชิ้นที่สามารถตกแต่งเรือนผมของสาวๆ ให้โดดเด่นยิ่งขึ้นได้ไม่ยาก เพียงเลือกลวดลายที่มีสีสันสวยแจ่มมาผูกกึ่งกลางศีรษะแล้วผูกเป็นโบว์ไว้ตรงกลาง หรืออาจจะมัดเป็นทรงผมหางม้าไว้ปกติแล้วใช้ผ้าพันคอสีสดสวยมาผูกเป็นโบว์ทบซ้ำกับหนังยางอีกทีเท่านี้ก็ได้ทรงผมสุดเริดแล้ว
5 เทคนิคตกแต่งทรงผมสวยในวันไม่ได้สระได้อย่างสุดเริด
5 เทคนิคตกแต่งทรงผมสวยในวันไม่ได้สระได้อย่างสุดเริด
4. ตกแต่งผมด้วยเฮดแบนด์สมัยนี้ เฮดแบนด์มีผลิตออกมาเอาใจสาวๆ ที่รักการตกแต่งทรงผมกันเยอะมากทีเดียว วันไหนที่ไม่ได้สระผมหมดห่วงกันได้เลย ว่าผมคุณจะไม่สวยฟูยุ่งเหยิง เพราะเพียงหาซื้อเฮดแบนด์สวยๆ ลายเก๋มีเสน่ห์โดดเด่นมาตกแต่งผมหรือใช้แบบสวมที่เป็นยางก็ได้เช่นกัน รับรองใส่ออกจากบ้านที เป็นต้องเริดอย่างไม่มีใครเหมือนแน่นอน
5 เทคนิคตกแต่งทรงผมสวยในวันไม่ได้สระได้อย่างสุดเริด
5 เทคนิคตกแต่งทรงผมสวยในวันไม่ได้สระได้อย่างสุดเริด
5. บำรุงผมด้วยเซรั่ม
มองหาเซรั่มที่มีคุณภาพดีมาช่วยฟื้นตัวเส้นผมให้คลายตัวนุ่มสลวยดูเงางามอย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง และจากนั้นก็ประดับตกแต่งผมให้สวยด้วยกิ๊บหรือม้วนลอนเริดๆ ก็ได้เหมือนกัน
ทรงผมของผู้หญิงเราเป็นเสน่ห์ที่ไม่ว่าใครเห็นเป็นแล้วต้องอยากมองตาม โดยเฉพาะการมีเส้นผมสุขภาพดี เงางามตั้งแต่ศีรษะจรดปลาย แต่หากวันไหนไม่ได้สระผมก็หมดกังวลกันได้เลย เพราะ 5 เทคนิคจากเราช่วยปรับลุคคุณให้กลายเป็นสาวสุดมั่นได้อีกครั้งอย่างไม่ยากเย็นแล้วนั่นเอง

ที่มา   women.sanook.com by kaew kaew

7 แหล่งกินปู ดูทะเล โคตรอร่อยในเมืองไทย

ในบรรดาอาหารทะเลสุดอร่อย ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา หมึก ฯลฯ ที่หลายคนชอบกินนั้น เราเชื่อว่า ต้องมีนักชิมจำนวนไม่น้อยชอบกินปูเป็นชีวิตจิตใจ แม้จะแกะ แทะ และกินเนื้อ ยากสักหน่อยก็ตาม ดังนั้นวันนี้เราเลยขอเอาใจนักกินปู จัดแหล่งกินปูสดอร่อยในเมืองไทยมาแนะนำให้นักกินตามไปลิ้มลองกัน ขอบอกเลยว่าแห่งนั้นมีทีเด็ดความอร่อยที่หลายไปแล้วติดใจแน่นอน
- ปูนิ่ม จ. จันทบุรี และ จ.ตราด ที่นี่มีผืนป่าชายเลนขนาดใหญ่และเป็นแหล่งกินปูของนักชิมมาเนิ่นนาน ไม่ว่าจะเป็นปูนิ่ม ปูทะเล โดยเฉพาะปูนิ่มนั้นทั้ง จ. ตราด และจันทบุรี มีให้แวะกินอยู่อยู่หลายร้าน หนึ่งในนั้น คือ ร้านฟาร์มปูนิ่ม ซึ่งเปิดเป็นร้านอาหารท่ามกลางป่าชายเลน โดยทางร้านมีบริการรับ-ส่งจากท่าเรือแม่น้ำเวฬุไปสู่ฟาร์มปูกลางทะเล แน่นอนว่า เมนูแนะนำต้องเป็นปูนิ่มที่ปรุงได้สารพัด จะผัดพริกไทยดำ ผัดผงกะหรี่ หรือผัดกับเส้นจันท์ก็อร่อย ปูนิ่มนึ่งมะนาว ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทยดำ พร้อมซอสพริก ปูนิ่มแช่น้ำปลากับพล่าปูนิ่มรสเข้มข้นโดนใจคอนักดื่ม นอกจากปูนิ่มก็ยังมีปลาหมอทะเล ปลากะพง ปลาเก๋า และปลาหมึก จะให้ต้มยำทำแกงแบบไหนสั่งได้เลย อิ่มแปล้แล้วจะนั่งชมวิวต่อสักพักก็ยังได้
- ปูนิ่ม จ.ระนอง เป็นอีกจังหวัดที่ปูนิ่มอร่อยๆ ให้นักชิมได้แวะมาลิ้มลอง เนื่องจากพื้นที่ของระนองส่วนใหญ่ตั้งอยู่ชายฝั่งแม่ปากแม่น้ำและมีผืนป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์ ทำให้สามารถหาซื้อปูมาเลี้ยงเป็นปูนิ่มได้เป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวที่มาเยือนระนองจึงไม่ควรพลาดสั่งเมนูอร่อยขึ้นชื่อของจังหวัดนี้มากิน ไม่ว่าจะเป็นปูนิ่มทอดกระเทียม ปูนิ่มผัดพริกไทยดำ ที่รสชาติ หวาน นุ่ม และอร่อยจนติดใจในรสชาติและอยากกลับมากินอีกแน่นอน 
- ปูดำ จ.กระบี่ แหล่งปูดำหรือปูทะเล ที่นักชิมหลายคนรู้จักเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเกาะกลางหน้าเมืองกระบี่ เป็นพื้นที่ป่าชายเลนขนาดใหญ่ และเคยมีปูดำอาศัยเป็นจำนวนมาก แม้วันนี้จะน้อยลงไปบ้าง แต่ก็ยังพอมีให้จับกินได้อย่างไม่ขาด อีกทั้งยังมีการเพาะเลี้ยงขึ้นมาเป็นล่ำเป็นสัน ทำให้กระบี่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกินปูดำขึ้นชื่อของประเทศเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการสร้างอนุสาวรีย์ปูดำขึ้นมาเพื่อบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของจังหวัดอีกด้วย
- ปูทะเล บางขุนเทียน กรุงเทพฯ พื้นที่แถบชายทะเลบางขุนเทียน ได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่ป่าชายเลนผืนสุดท้ายของกรุงเทพมหานคร และเป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ปูทะเล" ที่หลายคนบอกว่า ถ้าอยากกินปูทะเลสดใหม่ใกล้กรุงเทพฯ ต้องแวะมาที่บางขุนเทียนเท่านั้นถ้าใครเคยมีโอกาสไปกินปูแถวบางขุนเทียน จะเห็นว่าสองข้างทางนั้นเต็มเป็นไปด้วยแผงขายอาหารทะเลปูทะเลหลากไซต์หลายราคา ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าราคาปูที่วางขายแถวนี้ราคาแบบชาวบ้านมากๆ อีกทั้งก็ยังสดอร่อยและเป็นเกือบทุกตัว นักชิมคนไหนที่ชอบกินเป็นชีวิตจิตใจต้องไม่พลาดแวะมาชิมความอร่อยกันให้ได้นะครับ
- ปูทะเล จ.นครศรีธรรมราช ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตปูทะเลส่งขายร้านอาหารต่างๆ ทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก เนื่องมีพื้นที่บางส่วนเป็นผืนป่าชายเลนขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงปูเป็นอย่างยิ่ง ปูที่หลายคนเคยไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารในกรุงเทพฯ หรือร้านอาหารแถบสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ส่วนหนึ่งก็เป็นปูเลี้ยงที่ส่งขึ้นมาจาก จ. นครศรีธรรมราช นี่เอง ดังนั้นหากใครไปเยือนเมืองนคร ก็ต้องไม่พลาดสั่งปูทะเลสุดอร่อยมากินให้อิ่มหนำกันเลยนะ 
- ปูชัก อ. ชะอำ จ. เพชรบุรี ชะอำเป็นเมืองชายทะเลที่มีกลุ่มอาชีพชาวประมงพื้นบ้านออกเรือไปหาปู เป็นกลุ่มชุมชนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนบ้านคลองเทียนและสะพานหิน จะใช้คลองสะพานหิน เป็นที่จอดเรือหลบคลื่น และใช้พื้นที่ริมคลองขายปูสด ๆ ที่จับมาได้เอง โดยมีวิธีการรักษาความสดของปูด้วยการจับใส่ถุงตาข่ายผูกเชือกห้อยลงไปในคลองกับราวสะพานเหล็กเล็ก ๆ ที่ยกเปิด-ปิดได้ ซึ่งชาวบ้านใช้สัญจรข้ามคลอง และเมื่อมีลูกค้ามาหาซื้อปู บรรดาคนขายปูก็จะไปชักถุงตาข่ายปูขึ้นมาเสนอขาย จนเป็นที่มาของชื่อ "ปูชัก" หนึ่งเดียวในเมืองไทย และด้วยความสดใหม่ เนื้อแน่น รสชาติที่หวานอร่อยของปูม้าชะอำ จนเป็นที่ขึ้นชื่อของผู้ที่ได้มาชิมว่า มาชะอำต้องหาปูม้าชะอำกินกันสักมื้อ โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะเป็นช่วงที่ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับปูม้าในทะเลได้มาก  ที่นี่จึงได้มีการจัดงาน "เทศกาลชิปูชัก @ ชะอำ" เป็นประจำทุกปี เพื่อให้นักชิมได้มีโอกาสมากินปูชักเนื้อหวานสดอร่อยในราคากันเองอีกด้วย

ที่มา  http://travel.sanook.com/

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เลือก Printer ยังไงให้คุ้ม

Printer อีกกหนึ่งอุปกรณ์ที่ต้องมีติดครัวเรือน แต่เพราะมีออกมามากมายหลายขนาดหลายยี่ห้อ ก็เลยไม่รู้ว่าจะเลือกยังไงให้เอามาใช้แล้วคุ้ม? เราได้รวบรวมวิธีเลือกซื้อมาให้คุณแล้ว จะเลือกซื้อ Printer ยังไงตามมาดูกันเลย
1. Usability: ซื้อมาใช้งานแบบไหน
001
ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าลักษณะการใช้งานเครื่องปริ้นของเราเป็นแบบใด พิมพ์สีเป็นหลัก พิมพ์ขาว-ดำ หรือพิมพ์รูป ถ้าหากไม่จำเป็นต้องพิมพ์งานสี เครื่องพิมพ์เลเซอร์หรืออิงค์เจ็ทขาวดำก็อาจจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เพราะนอกจากจะให้ความเร็วที่มากกว่าแบบพิมพ์สีแล้ว ยังให้คุณภาพงานพิมพ์จำพวกเอกสารและกราฟิกที่ดีกว่าด้วย รวมไปถึงการพิมพ์งานทีละจำนวนมากๆก็ทำได้เร็วและแม่นยำกว่า
2. Network: เครื่องเดียวใช้ได้หลายคน
002
สิ่งที่ควรนึกถึงนอกจากลักษณะการใช้งานแล้ว ควรคำนึงถึงจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะต้องพิมพ์งาน หากใช้เครื่องพิมพ์เดียว แต่ต่อกับคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง เครื่องพิมพ์ที่ใช้งานร่วมกันก็ต้องเลือกเครื่องที่ต่อตรงเข้าเน็ตเวิร์กได้ ซึ่งควรตรวจสอบวิธีการเชื่อมต่อ รวมไปถึงซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการควบคุมสถานะเครื่องพิมพ์ที่ให้มาด้วย ว่าสามารถใช้งานร่วมกับเน็ตเวิร์กที่จะนำไปใช้ด้วยได้หรือไม่
3. Printer memory: ปริ้นไป จำไป
เครื่องพิมพ์บางรุ่นมีหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ซึ่งบางรุ่นก็สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ บางรุ่นเพิ่มไม่ได้ และบางรุ่นก็อาจจะไม่มีหน่วยความจำมาให้เลยหรือมีแค่เล็กน้อย เพราะการทำงานทั้งหมดใช้หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ ดังนั้นในกรณีที่เราต้องการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์แบบที่มีหน่วยความจำในตัว จึงควรตรวจสอบก่อนว่าหน่วยความจำที่มีมาให้เพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ หากไม่แน่ใจควรเลือกแบบที่เพิ่มหน่วยความจำได้
4. Comparison: ยี่ห้อไหน รุ่นไหนดีต้องเทียบดู
004
ก่อนซื้อเครื่องพิมพ์ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบเครื่องพิมพ์แต่ละรุ่น ด้วยการดูงานพิมพ์แบบที่เราต้องการนำไปใช้งาน เพราะงานพิมพ์ด้านเอกสาร กราฟิก และรูปถ่ายนั้นจะใช้เครื่องพิมพ์ที่แตกต่างกันไป โดยปกติแล้วเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์จะพิมพ์งานพวกเอกสารได้ดีกว่าเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ท ที่เหมาะกับการพิมพ์ประเภทรูปภาพและกราฟิก สิ่งที่ควรตรวจสอบและเปรียบเทียบก่อนการซื้อประกอบไปด้วย ความละเอียด, ขนาดของหยดหมึก (หน่วยเป็น pl), ความเร็วในการพิมพ์, ขนาดกระดาษที่รองรับ, หมึกพิมพ์ที่ใช้, การเชื่อมต่อ, การสั่งพิมพ์, ฟังก์ชั่นเสริมอื่นๆ และเทคโนโลยีใหม่ที่เสริมเข้ามา
5. Expense comparison: ซื้อมาถูก เติมหมึกแพง จะดีหรอ?
005
การใช้งานเครื่องพิมพ์สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะตามมาคือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น สายไฟ สายสัญญาณ หรือตลับหมึก สิ่งที่เราควรคำนึงถึงไม่ใช่แค่ราคาเครื่องที่แตกต่างกันเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงการใช้งานระยะยาวด้วยว่า การใช้งานเครื่องพิมพ์ยี่ห้อนี้ หากเปลี่ยนตลับหมึกจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เป็นต้น
6. Software update: อัพฯคอมใหม่ ปริ้นเตอร์เก่า เอาไงดี?
การเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ ก่อนอื่นควรตรวจสอบเว็บไซต์ของทางผู้ผลิตด้วยว่า รุ่นของเครื่องพิมพ์ที่เรากำลังจะซื้อ ทางบริษัทผู้ผลิตมีการอัพเดตซอฟท์แวร์ในการใช้งานกับคอมพิวเตอร์หรือไม่ รวมถึงมีข้อมูลทางเทคนิคไว้ให้บริการด้วยหรือเปล่า เพราะซอฟท์แวร์ของเครื่องพิมพ์หากเก่ามากเกินไป บางครั้งก็ไม่สามารถใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่มีระบบปฏิบัติการใหม่ๆได้ จึงควรตรวจสอบให้ดีก่อนทำการซื้อ
7. Easy to get the supply: หมึกหมด หาง่าย เปลี่ยนคล่อง
ในการเครื่องงานเครื่องพิมพ์ มักจะต้องมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆระหว่างอายุการใช้งาน สิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องเปลี่ยนคือ ตลับหมึก ดังนั้นควรเลือกยี่ห้อหรือเครื่องพิมพ์ที่สามารถหาตลับหมึกเปลี่ยนได้ง่าย รวมไปถึงอะไหล่เมื่อต้องทำการซ่อม เพราะเครื่องพิมพ์บางยี่ห้อแม้จะราคาถูกแต่ถ้าหาตลับหมึกเปลี่ยนยากและแพงก็คงไม่น่าใช้เท่าไหร่
8. Brand & Retailer: ซื้อกับใคร ต้องหาเจอ
008
สิ่งสำคัญที่ควรนึกถึงคือ ควรเลือกผู้ขายหรือยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ ในส่วนของตัวแทนจำหน่ายควรจะให้ข้อมูลกับลูกค้าอย่างละเอียด ครบถ้วนและถูกต้อง และควรมีช่องทางการให้บริการที่ติดต่อได้จริง รวมไปถึงศูนย์บริการที่จะสามารถนำสินค้าไปใช้บริการได้หากเกิดปัญหา
9. Prices: ราคา
009
หากมีงบประมาณอยู่ในใจแล้ว ก็จะสามารถตัดตัวเลือกและคำนวณได้ว่า printer รุ่นใดบ้างที่สามารถซื้อได้ และควรจะมีฟังก์ชันอะไรที่เพียงพอต่อการใช้งานในราคาระดับนี้ นอกจากนั้นยังใช้ราคาและฟังก์ชั่นเหล่านี้เปรียบเทียบแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้เราประหยัดและงบไม่บานปลายในการซื้อเครื่องพิมพ์
10. Warranty & After sale service: พังปุ๊บ ซ่อมได้ปั๊บ
010
ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบเรื่องการรับประกันสินค้าด้วย ว่ามีการประกันแบบไหน ลักษณะอย่างไร และมีเงื่อนไขอะไรบ้าง หรือมีการบริการอื่นๆ อีกหรือไม่ เช่น จัดส่งฟรี หรือสามารถออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าที่เป็นองค์กรหรือบริษัท รวมไปถึงมีช่องทางการติดต่อสำหรับบริการลูกค้าเมื่อสินค้ามีปัญหาหรือไม่ เช่น ทางอีเมล Call Center หรือศูนย์บริการตั้งอยู่ที่ใดบ้าง

เที่ยวเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย Google Street view

จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถเยี่ยมชมเรือสำราญที่่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ โดยที่ไม่ต้องออกจากบ้าน?
Allure of the Seas
ด้วยความยาวขนาด 1,184 ฟุต และหนักกว่า 222,900 ตัน ทำให้ Royal Caribbean’s Allure of the Seas เป็นเรือสำราญที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เคยมีการสร้าง สามารถจุผู้โดยสารและลูกเรือได้ 5,400 คน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไม่ว่าจะเป็น ลานสเก็ตน้ำแข็ง สนามกอร์ฟขนาดเล็ก เครื่องโต้คลื่นจำลอง และ Shop สินค้าแบรนด์เนม  ผู้โดยสารแทบไม่ต้องลงจากเรือก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ในนั้นได้อย่างสบายๆ
และต้องขอบคุณ Google ที่ฟังก์ชั่น Google Street view ทำให้เราสามารถสำรวจภายในเรือสำราญสุดหรูนี่ได้ โดยที่ไม่ต้องก้าวเท้าออกจากบ้าน!!
tblmwkj00d3spkhjubsq
สวนสนุกสำหรับคุณหนูๆ
b5xswkdy1kdtye6tlwwl
แหล่งช็อปปิ้งสุดหรู
giunq6shagbwu6kzhqeq
และสวนน้ำบนดาดฟ้า
ที่มา  arip.co.th

วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การป้องกันตัวของผู้หญิง


ปัจจุบันนี้ อันตรายรอบตัวผู้หญิงมีมากมาย วันนี้นำเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการป้องกันตัวมาบอก...

          1. เมื่อคนร้ายเข้าประชิดตัวเกิน 2 ก้าวให้ถีบเท้าซ้ายหรือขวาไปที่กระดูกขาท่อนบน หัวเข่าหรือหน้าแข้ง หากคนร้ายผลีผลามเข้าถึงตัว ใช้สันมือฟันไม่ยั้งไปที่ซอกคอ หรือฟันไปที่ริมฝีปาก ดั้งจมูก คอ ไหปลาร้า กกหูหรือใช้สันมือกระแทกยันคางให้คนร้ายหงายหลัง

          2. เมื่อคนร้ายจับมือไว้ข้างหนึ่งขณะนั่ง ยืนหรือเดิน ใช้มือที่เหลือจับนิ้วก้อยมือคนร้ายข้าง ที่จับเราอยู่กระชากหันกลับขึ้นอย่างเร็วและแรง

          3. เมื่อคนร้ายจับมือทั้ง 2 ข้างทางด้านหน้า ให้ดึงมือกลับ โดยบิดข้อมือขึ้น ให้หันฝ่ามือเข้ากันแล้วดึงมือเข้าหาตัว จากนั้นตวัดมือข้างถนัดขึ้นสูง แล้วใช้สันมือฟาดลงบนดั้งจมูกคนร้ายอย่างแรง จากนั้นเตะที่หัวเข่าหรือหน้าแข้งคนร้ายอีกครั้ง

          4. เมื่อคนร้ายจับมือทั้ง 2 ข้างไว้ด้านหลัง ให้เกร็งข้อมือไปด้านหน้า แล้วเหลียวดูเข่าคนร้ายเพื่อถีบไปที่หัวเข่าอย่างแรง

          5. เมื่อคนร้ายเข้ามากอดด้านหน้า ให้สอดแขนข้างถนัดขึ้น แล้วใช้สันมือกระแทกใต้คางคนร้าย พร้อมใช้เข่ากระแทกท้องน้อย หรือเป้ากางเกงซ้ำ

          6. เมื่อคนร้ายเข้ามากอดด้านหลัง ให้กระทุ้งศอกไปบริเวณลิ้นปี่หรือท้อง แล้วเบี่ยงตัวออกด้านข้างเล็กน้อย ยกศอกกระแทกไปที่คางหรือคอ ถ้าถูกกอดเหนือไหล่ ให้ใช้ศอกกระแทกที่ท้อง แล้วกระทืบส้นเท้าไปมาบนหลังเท้าคนร้าย

          7. เมื่อคนร้ายใช้ปืนหรือมีดจี้ทางด้านหลัง ให้หมุนตัวกลับเผชิญหน้ากับคนร้าย โดยเหวี่ยงเท้าขวาพร้อมใช้มือซ้ายปัดแขนคนร้ายออกด้านข้าง จากนั้นใช้สันมือขวาฟันไปที่ซอกคอคนร้าย อย่างแรง

          8. เมื่อคนร้ายเข้ามาจะตบหน้า ให้ถอยหลังไป 1 ก้าว แล้วใช้เท้าอีกข้างถีบหน้าอก ท้องน้อยหรือเป้ากางเกงคนร้าย

          9. เมื่อคนร้ายขึ้นนั่งคร่อมขณะนอนหงาย ให้ใช้สันมือยันคางและใช้อีกมือต่อยบริเวณลูกกระเดือก จิ้มลูกตาหรือทำร้ายจุดอ่อนอื่นบริเวณใบหน้า จากนั้นพลิกตัวหนี

          10. เมื่อคนร้ายเข้ามาจับคอเสื้อหรืออกเสื้อ ให้ใช้มือขวาของเราจับหลังมือคนร้าย โดยให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ระหว่างง่ามนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ของคนร้าย แล้วพลิกมือหงายออกพร้อมใช้มือดันศอกคนร้าย พลิกกลับขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นดึงแขนคนร้ายเหวี่ยงไปทางขวา และกดลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว

          11. เมื่อคนร้ายบีบคอด้านหน้า ให้เกร็งลำคอไว้แล้วประสานมือยกขึ้นกระแทกมือคนร้ายให้ออกจากกัน พร้อมกระแทกส้นเท้าที่หน้าแข้งคนร้ายอย่างแรง เมื่อคนร้ายปล่อยมือให้กระแทกส้นเท้าลงที่เข่าคนร้ายอีกครั้ง

          12. เมื่อคนร้ายบีบคอด้านหลัง ให้ใช้มือทั้ง 2 ข้าง จับนิ้วมือคนร้ายแล้วดึงออก เบี่ยงลำตัวออกไปด้านข้าง พร้อมกับยกส้นเท้ากระแทกไปที่เข่าหรือหน้าแข้ง แล้วใช้กำปั้นทุบที่เป้ากางเกงคนร้าย

          13. เมื่อคนร้ายจิกหรืกระชากผม ให้ประสานมือทั้งสองยกขึ้นวางทับมือคนร้ายที่จิกผม แล้วกดมือคนร้ายลงพร้อมหมุนตัวทางขวา เพื่อบิดข้อมือคนร้าย จากนั้นใช้เท้ากระแทกที่หน้าแข้งหรือหลังเท้าคนร้าย

อย่างไรก็ตาม การระมัดระวังตัว เป็นสิ่งแรกที่ควรจะทำ เพื่อความปลอดภัยของผู้หญิง

ที่มา   http://guru.sanook.com/

เริ่มใช้กฎ “สมาร์ทโฟนเคอร์ฟิว” สำหรับนักเรียนวัย 13-15 ปี

อย่างที่เรารู้ดีอยู่แก่ใจว่าทุกวันนี้ “สมาร์ทโฟน” ได้กลายเป็นส่วนของชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นอีกอวัยวะที่มนุษย์ขาดไม่ได้ ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอนเชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่มีการใช้งานสมาร์ทโฟนแน่นอน ซึ่งน้อยคนนักที่จะมีความกังวลการใช้สมาร์ทโฟนที่มากจนเกินไป


ด้วยความกังวลจากการใช้สมาร์ทโฟนที่มากเกินไปในหมู่เด็กนักเรียนวัย 13-15 ปี ทำให้คณะกรรมการการศึกษาในเมืองคาสุกะ ประเทศญี่ปุ่นได้ร่วมปรึกษากับผู้ปกครอง และออกกฎที่เรียกว่า “สมาร์ทโฟนเคอร์ฟิว” จำกัดการใช้สมาร์ทโฟนของเด็กนักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 13-15 ปี ในเวลา 22.00 – 06.00 น.

ทั้งนี้จากผลสำรวจที่จัดทำขึ้นโดยสำนักคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นในเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาพบว่า 52% ของเด็กนักเรียนวัย 13-15 ปีทั้งหมด มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 2.6% ในปี 2010

ทั้งนี้กฎ “สมาร์ทโฟนเคอร์ฟิว” ของเมืองคาสุกะ กำลังถูกส่งต่อไปยังเมืองใกล้เคียงเพื่อนำไปใช้ปฏิบัติกับเด็กนักเรียนในวัยดังกล่าวต่อไป

ที่มา  arip.co.th

วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

กว่าจะมีอินเตอร์เน็ต!

อินเตอร์เน็ตที่ทำให้ชีวิตเราแสนจะสะดวกสะบาย แต่ร฿้หรือไม่ก่อนจะมีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ในปัจจุบัน มีความเป็นมาอย่างไร?

ภาพข้างล่างจะทำให้เห็นว่าก่อนจะมีอินเตอร์เน็ตให้ใช้งาน ต้องผ่านการพัฒนาอะไรมาบ้าง





ดูๆแล้วกว่าจะมีอินเตอร์เน็ตไว้ให้เราได้ใข้งานก็ต้องผ่านอะไรมาไม่น้อยเลยนะเนี่ยยย…

วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

5 เทคนิคซ่อมไฟล์อย่างโปร



เคยเป็นกันมั๊ยโหลดไฟล์มาแล้วเสีย พัง ใช้ไม่ได้ รอโหลดก็ว่าเซ็งแล้วเจออย่างนี้เซ็งกว่า วันนี้เราจะมาดู 5 วิธีช่วยซ่อมไฟล์กัน


1. โหลดไฟล์แบบแบ่งส่วนมาแล้วเสีย แก้ได้ด้วย WinRAR
เนื่องด้วยเว็บไซต์สำหรับฝากไฟล์บางแห่งมีข้อจำกัดสำหรับการอัพโหลดไฟล์ว่าแต่ละไฟล์จะมีขนาดได้ไม่เกินข้อจำกัดของทางเว็บไซต์ ทำให้ผู้อัพโหลดต้องใช้การแบ่งไฟล์ที่ตนต้องการจะอัพโหลดออกเป็นส่วนๆ ด้วยโปรแกรมต่างๆ ที่เห็นบ่อยๆ ก็คือการใช้โปรแกรม WinRAR แบ่งไฟล์ออกเป็นหลายๆ ส่วน (part) ซึ่งผู้ที่จะดาวน์โหลดไฟล์ต้นฉบับดังกล่าว ก็จำเป็นที่จะต้องดาวน์โหลดทุกๆ ส่วนของไฟล์นั้นให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ เพื่อจะได้ใช้โปรแกรม WinRAR (หรือโปรแกรมสำหรับรวมไฟล์ประเภทนั้นๆ) รวมไฟล์ทั้งหมดเข้าเป็นไฟล์เดียวอีกที

แต่ในบางครั้ง เมื่อเราดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมดมา และจัดการรวมไฟล์ อาจพบกับข้อความแจ้งข้อผิดพลาด ว่าไม่สามารถรวมไฟล์ได้ เนื่องจากไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาไม่สมบูรณ์หรือได้รับความเสียหายจากการดาวน์โหลด ซึ่งวิธีแก้แบบง่ายก็มีอยู่ นั่นคือไปดาวน์โหลดไฟล์ใหม่แบบดื้อๆ เลย แต่…….ไม่จำเป็นว่าจะต้องโหลดใหม่ทั้งหมด เพราะเอาจริงๆ ไฟล์ที่เสียมักจะมีอยู่ไม่กี่ส่วนเท่านั้นเอง
ซึ่งเราก็สามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ จากขั้นตอนการรวมไฟล์ เนื่องจาก WinRAR จะมีแจ้งให้ทราบเลยว่าไฟล์ส่วนไหนที่มีปัญหา แล้วจากนั้นเราก็ไปดาวน์โหลดไฟล์ส่วนนั้นมาใหม่เท่านั้นเอง ไม่ต้องไปเสียเวลาดาวน์โหลดใหม่ทั้งหมดก็ได้

2. WinRAR เองก็ซ่อมไฟล์ได้
ในบางครั้งทางผู้อัพโหลดไฟล์ก็จะทำการสร้าง Recovery Record เก็บไว้ในไฟล์แต่ละส่วนก่อนอัพโหลดขึ้นบนเว็บฝากไฟล์ด้วย ซึ่งส่วนของ Recovery Record นี้เป็นชุดข้อมูลที่ถูกสร้างโดย WinRAR เอง เผื่อไว้สำหรับใช้ซ่อมแซมไฟล์เสีย แต่ทั้งนี้ก็ต้องแล้วแต่ทางผู้อัพโหลดไฟล์ด้วย ว่าจะใจดีสร้าง Recovery Record ไว้หรือไม่ เพราะการสร้าง Recovery Record จะมีการเพิ่มชุดข้อมูลลงไปในไฟล์แต่ละส่วน ส่วนละเล็กละน้อย อาจต้องใช้เวลาในการอัพโหลดไฟล์นานขึ้นไม่มาก แต่ส่วนที่จะใช้เวลาเพิ่มกว่าเดิมก็คือขั้นตอนการแยกไฟล์ออกเป็นส่วนๆ ย่อยๆ ของผู้อัพโหลด โดยสามารถตรวจสอบได้จากการคลิกขวาที่ไฟล์ส่วนย่อยนั้นๆ แล้วเลือกหัวข้อ Properties (ในกรณีที่ใช้ WinRAR เป็นโปรแกรมหลักในการเปิดไฟล์ .rar) จากนั้นก็ดูที่หัวข้อ Recovery record ว่ามีระบุไว้ว่าอย่างไร ถ้าเป็นคำว่า Absent ก็แสดงว่าไม่มีชุดข้อมูล Recovery Record สำหรับซ่อมไฟล์อยู่

ซึ่งถ้าไฟล์ชุดนั้นมีการสร้าง Recovery Record มาด้วย เราก็สามารถซ่อมไฟล์ดังกล่าวได้ หากไฟล์นั้นเสีย โดยขั้นตอนการซ่อมก็ไม่ยากเลย เพียงแค่เปิดไฟล์ดังกล่าวด้วย WinRAR จากนั้นเลือกที่แท็บ Tools ด้านบน แล้วเลือกที่หัวข้อ Repair archive จากนั้นก็รอซักเล็กน้อย เมื่อโปรแกรมจัดการซ่อมไฟล์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ทดลองรวมไฟล์ทั้งหมดเข้าด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง ถ้ายังไม่ได้อีก ก็คงต้องดาวน์โหลดไฟล์ดังกล่าวใหม่

ปล. เลือกซ่อมเฉพาะไฟล์ที่โปรแกรมแจ้งว่ามีปัญหาก็พอนะ (วิธีตรวจสอบไฟล์ตามข้อ 1) เพราะไฟล์ไหนที่สมบูรณ์อยู่แล้ว กดซ่อมไปก็ไม่มีอะไรต่างจากเดิมแน่นอน

3. Recovery Toolbox for RAR ก็ใช้ซ่อมไฟล์ได้เหมือน WinRAR
สำหรับใครที่ไม่นิยมใช้ WinRAR แต่มีความจำเป็นต้องดาวน์โหลดไฟล์ที่ถูกแยกส่วนไฟล์ด้วยโปรแกรม WinRAR แล้วพบว่าไฟล์มีปัญหา แต่จะไปดาวน์โหลด WinRAR มาซ่อมไฟล์ก็ไม่สะดวก เพราะไม่อยากติดตั้งให้ซ้ำซ้อนกับโปรแกรมในเครื่อง มาดูข้อนี้ได้เลย เพราะเรามีทางเลือกมานำเสนอกัน

นั่นก็คือโปรแกรมที่มีชื่อว่า Recovery Toolbox for RAR ซึ่งสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรีๆ การใช้งานก็ไม่ยาก หลังจากติดตั้งโปรแกรม ก็เปิดโปรแกรมขึ้นมาใช้งานได้เลย จากนั้นก็ให้เราเลือกว่าจะซ่อมไฟล์ใด (ตรวจสอบหาไฟล์ที่มีปัญหาได้จากทิปในข้อ 1) ซึ่งถ้าไฟล์ดังกล่าวมีการสร้าง Recovery Record ไว้ โปรแกรม Recovery Toolbox for RAR ก็จะทำการซ่อมแซมไฟล์ให้สมบูรณ์ด้วยขั้นตอนเดียวกับใช้ WinRAR ซ่อมให้เลยทีเดียว

ซึ่งโปรแกรม Recovery Toolbox for RAR นี้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการติดตั้งโปรแกรม WinRAR อย่างที่กล่าวไปข้างต้น แต่สำหรับใครที่ใช้งาน WinRAR อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมตัวนี้ก็ได้ เดี๋ยวจะไปซ้ำซ้อนกันซะเปล่าๆ

4. ไฟล์ Word เสีย ซ่อมได้ด้วย Kernel for Word
สำหรับผู้ที่ทำงานเอกสารโดยใช้โปรแกรม Microsoft Word (หรือโปรแกรมทดแทนอื่นๆ) มักจะประสบกับปัญหาไฟล์เสีย เนื่องมาจากสาเหตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดาวน์โหลดไฟล์มาไม่สมบูรณ์ โปรแกรมปิดตัวลงไปขณะพิมพ์งานอยู่ หรืออยู่ดีๆ เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ดับอย่างไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งถ้าเป็นขณะที่เราพิมพ์งานอยู่ ก็อาจทำให้ไฟล์เกิดการเสียหายได้ และแน่นอนว่าทุกๆ ท่านคงไม่อยากจะต้องมานั่งพิมพ์งานใหม่อย่างแน่นอน

ในเรื่องนี้ ก็ยังพอมีโปรแกรมที่ช่วยท่านได้ นั่นคือโปรแกรมที่มีชื่อว่า Kernel for Word ที่สามารถดาวน์โหลดมาทดลองใช้งานในเบื้องต้นได้ฟรี (เวอร์ชันเต็มราคา $49) แต่เนื่องด้วยเป็นเวอร์ชันสำหรับทดลองใช้งาน ดังนั้นฟีเจอร์ต่างๆ อาจไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่เนื่องด้วยข้อจำกัดของโปรแกรม
โดยการใช้งานโปรแกรม Kernel for Word นั้นก็ไม่ยาก ขั้นแรกก็คือให้ผู้ใช้เพิ่มไฟล์ที่ต้องการซ่อมแซมลงไปในหน้าต่างของโปรแกรม ด้วยการกดปุ่ม Add File(s) เมื่อเลือกมาครบถ้วนแล้ว ก็กดปุ่ม Repair File(s) เพื่อเริ่มกระบวนการซ่อมแซมไฟล์ได้เลย
นอกจากโปรแกรม Kernel for Word แล้ว ค่ายผู้ผลิตโปรแกรมนี้ยังมีโปรแกรมสำหรับซ่อมแซมและกู้คืนไฟล์อีกหลายประเภทให้ได้เลือกใช้งานกันอีกด้วย ใครที่สนใจลองค้นหาจากในเว็บไซต์ kerneldatarecovery.com ต่อได้ แน่นอนว่าแต่ละโปรแกรม ถ้าอยากใช้งานแบบเต็มๆ ก็ต้องเสียเงินซื้อทั้งนั้น

5. Word Repair : อีกหนึ่งโปรแกรมที่น่าสนใจสำหรับการซ่อมเอกสาร
บางครั้ง หลายๆ ท่านอาจจะต้องการเพียงแค่กู้คืนข้อความจากในไฟล์เอกสาร Word ออกมา เพื่อจะได้นำข้อความเหล่านั้นไปใช้งานต่อ ไม่ได้จำเป็นต้องนำไฟล์เดิมทั้งไฟล์กลับมา หรืออาจเป็นในกรณีที่โปรแกรมทั้งหลายไม่สามารถซ่อมแซมไฟล์ได้ แน่นอนว่ามีโปรแกรมสำหรับตอบสนองควาวมต้องการนี้ด้วยเช่นกัน นั่นคือโปรแกรมที่มีชื่อว่า WordRepair

ตัวของ WordRepair นั้น การทำงานของมันก็คือจะสแกนไฟล์ Word ที่ผู้ใช้เลือก จากนั้นก็จะพยายามดึงเอาข้อความออกมาเก็บเป็นไฟล์เอกสาร .rtf ที่ผู้ใช้สามารถนำข้อความไปใช้งานต่อได้ ขั้นตอนการใช้งานโปรแกรมก็ไม่ยากเลย เพียงแค่ดาวน์โหลดโปรแกรมมา จากนั้นก็ทำการติดตั้งโปรแกรม Word Repair ตามขั้นตอนปกติ เมื่อเริ่มเปิดใช้งานโปรแกรมก็ให้กดที่ปุ่ม Repair/Open เพื่อเลือกไฟล์ที่จะสั่งกู้คืนข้อความ จากนั้นก็ให้กดที่ปุ่ม Save เพื่อนำข้อความดังกล่าวมาบันทึกเก็บเป็นไฟล์นามสกุล rtf ซึ่งไฟล์ดังกล่าวสามารถเปิดอ่านได้จากหลายๆ โปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Word, WordPad หรือกระทั่ง Notepad ก็ยังสามารถใช้เปิดเพื่ออ่านข้อความได้เช่นกัน

หลังจากทำการกู้คืนข้อความมาได้แล้ว คราวนี้ก็ถึงหน้าที่ของเราในการสร้างไฟล์เอกสารใหม่แล้วล่ะ อาจจะเหนื่อย แต่ก็ยังดีกว่าต้องมานั่งคิดนั่งพิมพ์ข้อความใหม่ทั้งหมด

“กฎอัยการศึก” โพสต์อะไรควรระวัง !!!



เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 เวลา 06.30 ท่านใดที่ติดตามข่าวสารคงพอทราบแล้วว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ประกาศใช้ “กฎอัยการศึก” มีผลตั้งแต่เวลา 03.00 น. เป็นต้นไป และในฐานะของผู้สื่อข่าวตลอดจนผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คไม่ว่าจะเขียนหรือจะโพสต์ข้อความและรูปภาพใดๆ ควรใช้ความระมัดระวังให้มากขึ้นครับ

เหตุที่ต้องระมัดระวังก่อนจะเขียนหรือจะโพสต์ข้อความและรูปภาพใดๆ อันเนื่องมาจากหนึ่งในข้อกฎหมายตามมาตรา ๙ ว่าด้วยเรื่องการตรวจค้นนั้น ให้มีอำนาจที่จะตรวจค้น ดังต่อไปนี้

(๑) ที่จะตรวจ ค้น บรรดาสิ่งซึ่งจะเกณฑ์ หรือต้องห้าม หรือต้องยึด หรือจะต้อง เข้าอาศัย หรือมีไว้ในครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งมีอำนาจที่จะตรวจค้นได้ไม่ว่าที่ตัวบุคคล ในยานพาหนะ เคหะสถาน สิ่งปลูกสร้าง หรือที่ใด ๆ และไม่ว่าเวลาใด ๆ ทั้งสิ้น

(๒) ที่จะตรวจข่าวสาร จดหมาย โทรเลข หีบ ห่อ หรือสิ่งอื่นใดที่ส่งหรือมีไปมาถึงกัน ในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก

(๓) ที่จะตรวจหนังสือ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ภาพโฆษณา บทหรือคำประพันธ์

ทั้งนี้ด้วยกฎอัยการศึกที่กำลังประกาศใช้ในเวลานี้ชาวโซเชียลเน็ตเวิร์คควรใช้สติและความระมัดระวัง ก่อนจะเขียนข้อความหรือส่งต่อเนื้อหาใดๆ

กฎอัยการศึก คืออะไร



กฎอัยการศึก เป็นกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นไว้สำหรับประกาศใช้เมื่อมีเหตุจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง เช่น ในกรณีเกิดสงคราม การจลาจล ในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจหน้าที่เหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ์ การระงับปราบปรามหรือการรักษาความสงบเรียบร้อย และศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาบางอย่างที่ประกาศระบุไว้แทนศาลพลเรือน

กฎอัยการศึก เมื่อจะใช้บังคับจะต้องประกาศ และกำหนดเขตพื้นที่ที่จะใช้บังคับ กฎอัยการศึกในหลายประเทศจะไม่มีการตราเป็นกฎหมายชัดเจน เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ในบางประเทศจะตราเป็นกฎหมายชัดเจน เช่น ฝรั่งเศส ไทย

การยกเลิกการบังคับใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ใด จะต้องประกาศออกมาเป็นพระบรมราชโองการ

โดย พ.ร.บ.กฎอัยการศึกฯ มาตรา 4 ระบุว่า "เมื่อมีสงครามหรือจลาจลขึ้น ณ แห่งใดให้ผู้บังคับบัญชาทหาร ณ ที่นั้น ซึ่งมีกำลังอยู่ใต้บังคับไม่น้อยกว่าหนึ่งกองพัน หรือเป็นผู้บังคับบัญชาในป้อมหรือที่มั่นอย่างใด ๆ ของทหารมีอำนาจประกาศใช้กฎอัยการศึก เฉพาะในเขตอำนาจหน้าที่ของกองทหารนั้นได้ แต่จะต้องรีบรายงานให้รัฐบาลทราบโดยเร็วที่สุด"

อำนาจทหารเมื่อประกาศใช้กฎอัยการศึก ตามมาตรา 6 ระบุว่า "ในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจเหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อยและเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนต้องปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร"

เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจ ตามมาตรา 8 "เมื่อประกาศใช้กฎอัยการศึกในตำบลใด, เมืองใด, มณฑลใด, เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจเต็มที่จะตรวจค้น, ที่จะเกณฑ์, ที่จะห้าม, ที่จะยึด, ที่จะเข้าอาศัย, ที่จะทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่, และที่จะขับไล่"

กฎอัยการศึก การตรวจค้น (มาตรา 9)
การตรวจค้นนั้น ให้มีอำนาจที่จะตรวจค้น ดังต่อไปนี้
(1) ที่จะตรวจ ค้น บรรดาสิ่งซึ่งจะเกณฑ์ หรือต้องห้าม หรือต้องยึด หรือจะต้อง เข้าอาศัย หรือมีไว้ในครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งมีอำนาจที่จะตรวจค้นได้ไม่ว่าที่ตัวบุคคล ในยานพาหนะ เคหะสถาน สิ่งปลูกสร้าง หรือที่ใด ๆ และไม่ว่าเวลาใด ๆ ทั้งสิ้น
(2) ที่จะตรวจข่าวสาร จดหมาย โทรเลข หีบ ห่อ หรือสิ่งอื่นใดที่ส่งหรือมีไปมาถึงกัน ในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก
(3) ที่จะตรวจหนังสือ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ภาพโฆษณา บทหรือคำประพันธ์

การเกณฑ์ (มาตรา 10)
การเกณฑ์นั้นให้มีอำนาจที่จะเกณฑ์ได้ดังนี้
(1) ที่จะเกณฑ์พลเมืองให้ช่วยกำลังทหารในกิจการ ซึ่งเนื่องในการป้องกันพระราชอาณาจักร หรือช่วยเหลือเกื้อหนุนราชการทหารทุกอย่างทุกประการ
(2) ที่จะเกณฑ์ยวดยาน, สัตว์พาหนะ, เสบียงอาหาร, เครื่องศาตราวุธ, และเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ จากบุคคลหรือบริษัทใด ๆ ซึ่งราชการทหารจะต้องใช้เป็นกำลังในเวลานั้นทุกอย่าง

การห้าม(มาตรา 11)
การห้ามนั้น ให้มีอำนาจที่จะห้ามได้ดังนี้
(1) ที่จะห้ามมั่วสุมประชุมกัน
(2) ที่จะห้ามออก จำหน่าย จ่ายหรือแจก ซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ภาพบทหรือคำประพันธ์
(3) ที่จะห้ามโฆษณา แสดงมหรสพ รับหรือส่งซึ่งวิทยุ วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์
(4) ที่จะห้ามใช้ทางสาธารณะเพื่อการจราจรไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ รวมถึงทางรถไฟและทางรถรางที่มีรถเดินด้วย
(5) ที่จะห้ามมีหรือใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออาวุธ เครื่องอุปกรณ์ของอาวุธ และเคมีภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืช หรือทรัพย์สิน หรือที่อาจนำไปใช้ทำเป็นเคมีภัณฑ์ หรือสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวได้
(6) ที่จะห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด
(7) ที่จะห้ามบุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ในเขตท้องที่ใดซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อการยุทธ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อยและเมื่อได้ประกาศห้ามเมื่อใดแล้ว ให้ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตนั้นออกไปจากเขตนั้นภายในกำหนดเวลาที่ได้ประกาศกำหนด
(8) ที่จะห้ามบุคคลกระทำหรือมีซึ่งกิจการหรือสิ่งอื่นใดได้ตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กำหนดไว้ว่าควรต้องห้ามในเวลาที่ได้มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก

การยึด(มาตรา 12)
บรรดาสิ่งซึ่งกล่าวไว้ ในมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ นั้น ถ้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเห็นเป็นการจำเป็น จะยึดไว้ชั่วคราวเพื่อมิให้เป็นประโยชน์แก่ราชศัตรู หรือเพื่อเป็นประโยชน์แก่ราชการทหาร ก็มีอำนาจยึดได้

การเข้าอาศัย(มาตรา 13)
อำนาจการเข้าพักอาศัยนั้น คือ ที่อาศัยใด ๆ ซึ่งราชการทหารเห็นจำเป็นจะใช้เป็นประโยชน์ในราชการทหารแล้ว มีอำนาจอาศัยได้ทุกแห่ง

การทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ (มาตรา 14)
การทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่นั้น ให้มีอำนาจกระทำได้ดังนี้
(1) ถ้าแม้การสงครามหรือรบสู้เป็นรองราชศัตรู มีอำนาจที่จะเผาบ้าน และสิ่งซึ่งเห็นว่าจะเป็นกำลังแก่ราชศัตรู เมื่อกรมกองทหารถอยไปแล้ว หรือถ้าแม้ว่าสิ่งใด ๆ อยู่ในที่ซึ่งกีดกับการสู้รบก็ทำลายได้ทั้งสิ้น
(2) มีอำนาจที่จะสร้างที่มั่น หรือดัดแปลงภูมิประเทศหรือหมู่บ้าน เมือง สำหรับการต่อสู้ราชศัตรู หรือเตรียมการป้องกันรักษา ตามความเห็นชอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้ทุกอย่าง

การขับไล่ (มาตรา 15)
ถ้ามีผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งไม่มีภูมิลำเนาอาศัยเป็นหลักฐาน หรือเป็นผู้มาอาศัยในตำบลนั้นชั่วคราว เมื่อมีความสงสัยอย่างหนึ่งอย่างใดหรือจำเป็นแล้ว มีอำนาจที่จะขับไล่ผู้นั้นให้ออกไปจากเมืองหรือตำบลนั้นได้
มาตรา 15 ทวิ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดจะเป็นราชศัตรูหรือได้ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของพระราชบัญญัตินี้ หรือต่อคำสั่งของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจกักตัวบุคคลนั้นไว้เพื่อการสอบถามหรือตามความจำเป็นของทางราชการทหารได้ แต่ต้องกักไว้ไม่เกินกว่า 7 วัน

ร้องขอค่าเสียหายหรือค่าปรับจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารไม่ได้ (มาตรา 16)
ความเสียหายซึ่งอาจบังเกิดขึ้นอย่างหนึ่งอย่างใด ในเรื่องอำนาจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในมาตรา 8 และมาตรา 15 บุคคลหรือบริษัทใด ๆ จะร้องขอค่าเสียหายหรือค่าปรับอย่างหนึ่งอย่างใดแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารไม่ได้เลย เพราะอำนาจทั้งปวงที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้ปฏิบัติและดำเนินการตามกฎอัยการศึกนี้ เป็นการสำหรับป้องกันพระมหากษัตริย์ ชาติ ศาสนา ด้วยกำลังทหารให้ดำรงคงอยู่ในความเจริญรุ่งเรืองเป็นอิสรภาพ และสงบเรียบร้อยปราศจากราชศัตรูภายนอกและภายใน

วิธีแก้ไขไวรัสโฆษณา #EP2

#มือใหม่ อีกหนึ่งวิธีแก้ไขปัญหาไวรัสโฆษณาที่มาจากส่วยขยาย ------------------------ โหลดที่นี่ https://www.google.com/chrome/cleanup-too...